
จากเหตุการณ์สะเทือนใจ (1 พ.ค.) เด็กลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ 4 พี่น้องพลัดตกตึก 4 ชั้น ภายในซอยรามคำแหง 34 จนทำให้ ด.ช.คนัธชา หรือน้องอเล็กซ์ วัย 5 ขวบเสียชีวิตทันที และ ภายหลังด.ญ.ชนิดา หรือ น้องดานี่ วัย 7 ขวบเสียชีวิตภายหลังเนื่องจากอาการสมองบวม (12 มิ.ย.) ด้านพี่ชายด.ช.ลูก้า วัย 10 ขวบ อาการสาหัส ส่วนพี่สาวด.ญ.ชนิดา วัย 11 ขวบพบขาหัก

จากการสอบสวนนายอี๊ด ประกายแก้ว อายุ 68 ปี เป็นตาของเด็กทั้ง 4 คน ให้การว่า เด็กทั้งหมดเป็นลูกครึ่งไทย-สวิตเซอร์แลนด์ โดยลูกสาวได้เลิกรากับสามีชาวต่างชาติมานานกว่า 4 ปีแล้ว จากนั้นลูกสาวพาลูกๆ ทั้ง 4 คน มาเช่าอาศัยอยู่ที่อาคารนี้โดยมีตนและยายช่วยดูแลในช่วงที่แม่เด็กไปทำงานตอนกลางคืนถึงรุ่งเช้า ก่อนเกิดเหตุยายซึ่งอยู่ในห้องพร้อมกับเด็ก เห็นว่าทั้ง 4 คนเข้านอนกันหมดแล้ว จึงออกจากห้องโดยล็อกประตูจากด้านนอกไว้เพื่อรอให้ลูกสาวกลับมาไขประตูช่วงเช้า แต่ปรากฏว่าขณะกำลังจะกลับเข้านอนที่ห้อง เห็นรถมูลนิธิวิ่งเข้ามาในซอยจึงวิ่งตามไปดูแล้วก็เห็นหลานๆ ทั้ง 4 คน นอนหมดสติอยู่กับพื้นทำให้ช็อกตกใจมาก

น.ส.รัตติกาล ประกายแก้ว อายุ 36 ปี มารดาเด็ก รีบเดินทางมาดูอาการลูกๆที่ร.พ.รามคำแหง หลังทราบข่าวด้วยความเสียใจร้องไห้อยู่ตลอดเวลา พร้อมเปิดเผยว่า น้องพาเมลาลูกสาวคนโตเล่าให้ฟังว่า ก่อนเกิดเหตุกำลังนำถ้วยไปล้างบริเวณระเบียงหลังห้อง ซึ่งมีลักษณะเป็นชานไม้ซึ่งมีการนำแผ่นไม้มาต่อเติมยื่นออกจากระเบียง เนื่องจากลูกชายคนเล็กชอบตื่นมาหิวร้องหาของกินตอนดึกๆ เป็นประจำ ระหว่างนั้นด.ช.คนัธชา 5 ขวบ ปีนขึ้นไปนั่งบนชานไม้ซึ่งพี่ๆห้ามก็ไม่เชื่อ และที่ผ่านมาตนก็คอยห้ามมาตลอดแต่ด้วยความไร้เดียงสาของเด็ก ปรากฏว่าชานไม้รับน้ำหนักไม่ไหวก่อนจะพลัดตกลงมา ลูกอีก 3 คนก็พยายามเข้าไปช่วยจึงพลัดตกลงมาด้วยกันทั้งหมด

ส่วนพ่อเด็กชื่อ นายมาร์เชล เลออง โบเรล สัญชาติ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งได้เลิกรากับน.ส.รัตติกาล ไปแล้ว ขณะนี้เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษอยู่ที่ย่านหนองจอก ซึ่งทั้งสองฝ่ายยังอยู่ระหว่างการฟ้องร้องกันเรื่องสิทธิในการดูแลบุตร โดยวันนี้นายมาร์เชล พร้อมกับเพื่อนๆ เดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้ที่สน.หัวหมาก เนื่องจากที่ผ่านมา น.ส.รัตติกาล ไม่ยอมให้นายมาร์เชลพบหน้าลูกๆ เลย จึงต้องมาลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนจะไปเยี่ยมลูกที่ร.พ.ต่อไป

ด้านนายมาร์เชล เลออง โบเรล สัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ พ่อของเด็ก 4 พี่น้อง หลังจากทราบข่าวก็ถึงกับน็อกกลางอากาศ จนได้น.ส.รัตติกาล อดีตภรรยาและแม่เด็ก นายมาร์เชล ได้เข้าไปเจรจา กับอดีตภรรยา เพื่อขอเห็นศพลูกเป็นครั้งสุดท้าย โดยระหว่างที่เข้าไปเจรจานั้น น.ส.รัตติกาล ได้โวยวายขึ้นมา พร้อมกับทำท่าทางหวาดกลัว กระโดดขึ้นไปนั่งบนโต๊ะ พร้อมพูดว่า นายมาร์เชล จะทำร้ายร่างกาย จนเพื่อนและญาติได้เข้ามาแยกให้ห่างจากกัน จากนั้น เพื่อนนายมาร์เชล ได้เข้าเจรจาอีกครั้ง จน น.ส.รัตติกาล อนุญาติ ให้ดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้ายได้ และนี้เป็นครั้งแรกที่ได้พบหน้าลูกชายคนเล็ก หลังจากไม่ได้เจอกันนานเกือบ 4 ปี แม้จะเป็นร่างไร้วิญญาณก็ตาม

นายมาร์เชล กล่าวอีกว่าน.ส.รัตติกาล ไม่ยอมให้ตามไปส่งศพลูก ที่โรงพยาบาลตำรวจ ส่วนในวัน 13 มิ.ย. น.ส.รัตติกาล ให้ไปรับศพลูกพร้อมกันที่นิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปที่วัด และร่วมจัดงานฌาปนกิจศพ เหมือนครั้งที่แล้ว ผมไม่อยากให้ลูกอยู่กับ น.ส.รัตติกาล และไม่จำเป็นต้องอยู่กับผมก็ได้ เพียงแต่ขอให้หน่วยงานเอาไปดูแล เพื่อที่ทั้งสองฝ่ายสามารถเข้าไปเยี่ยมลูกได้โดยไม่ต้องมีปัญหา ผมต้องการให้ลูกได้รับความอบอุ่นจากทางพ่อและแม่

ล่าสุดน.ส.รัตติกาล ประกายแก้ว ได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่โรงพยาบาลที่ตนมีท่าทีที่ตกใจ เป็นเพราะพ่อของน้องได้เข้ามาข่มขู่ตน แต่ขอไม่บอกรายละเอียดว่าข่มขู่ว่าอย่างไร ส่วนที่แขนตนมีแผลพันเกิดจากทางคุณพ่อได้เข้ามาปัดมือตนออก ขณะที่กำลังไปดูศพน้องที่ห้องเย็น หลังจากนั้นตนได้มาหาคุณหมอ ซึ่งหมอบอกว่าเส้นเอ็นอักเสบ เมื่อเอกซเรย์กระดูกแล้วพบว่าไม่เป็นอะไร ซึ่งอีก 3 วัน ตนต้องมาพบแพทย์อีกครั้ง








