
ตลอดการทรงงาน 70 ปี ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ไปยังพื้นที่ต่างเพื่อเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือราษฎรซึ่งสถานที่ประทับของทั้ง 2 พระองค์เมื่อต้องทรงงานเป็นเวลานานคือ พระตำหนักต่างๆ ที่ทรงโปรดเกล้าฯ สร้างขึ้นรวมถึงพระตำหนักที่ถูกสร้างไว้ก่อนแล้ว วันนี้เราจะพาทุกคนไปดูพระตำหนักความเรียบง่ายของ 12 พระตำหนักที่ในหลวงรัชกาลที่9 ประทับทรงงาน
1.พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน
พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน (Chitralada Villa Royal Residence) เป็นพระตำหนักในพระราชวังดุสิต ตั้งอยู่ที่แขวงสวนจิตรลดา เขตดุสิต กรุงเทพมหานครปัจจุบันเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2456 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณทุ่งส้มป่อย ซึ่งเป็นทุ่งนาระหว่างพระราชวังสวนดุสิตกับวังพญาไท (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า)โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามทุ่งส้มป่อยว่า สวนจิตรลดา พระราชทานนามพระตำหนักว่า “พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน”

2.พระตำหนักวังไกลกังวล
ในปี พ.ศ. 2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวังไกลกังวลด้วยสินทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินี ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ประทับแปรพระราชฐานในช่วงฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถสำหรับทรงพักผ่อนพระราชอิริยาบถ ภายในประกอบด้วย 4 พระตำหนัก ได้แก่ เปี่ยมสุข ปลุกเกษม เอิบเปรม เอมปรีย์

3.พระตำหนักสิริยาลัย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระราชดำริให้สร้างเนื่องในอากาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนพรรษาครบ 5 รอบในปี พ.ศ. 2534เพื่อใช้เป็นที่ประทับเวลาเสด็จมายังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระตำหนักแบบไม้ยูคาลิปตัส ศิลปกรรมแบบหมู่เรือนไทยโบราณ ประดับประดาไปด้วยดอกไม้นานาพรรณโดยมีศาลาริมน้ำและมีบันไดบริเวณท่าน้ำด้วย

4. พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างพระราชนิเวศน์ขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2504 เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับ ทรงต้อนรับพระราชอาคันตุกะและได้กลายเป็นที่ประทับในคราวที่เสด็จแปรพระ ราชฐาน เพื่อทรงเยี่ยมเยียนเหล่าพสกนิกรทางภาคเหนือเป็นประจำเสมอมา

5. พระตำหนักกว๊านพะเยา
พระตำหนักกว๊านพะเยา ที่ศูนย์วิจัยประมงฯ หรือสถานีประมงพะเยา เป็นอนุสรณ์สถานที่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินประทับทรงงานสำคัญของชาติมานานกว่า 16 ปีมีพระราชกรณียกิจเกิดขึ้นที่เมืองพะเยาแห่งนี้มากมาย

6. พระตำหนักดอยตุง
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2530 สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงมีพระราชดำริให้สร้างขึ้นโดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ พร้อมทั้งทรงจัดตั้งมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ซึ่งภายหลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงรับมูลนิธิไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และทรงโปรดให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานดูแลการดำเนินงาน

7. พระราชตำหนักเขาค้อ
พระราชตำหนักเขาค้อ ตั้งอยู่บนเขาย่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ประชาชน ข้าราชการ พลเรือน ตำรวจ และทหาร ได้จัดสร้างพระตำหนักเขาค้อขึ้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชนในพื้นที่และเป็นที่ทรงงานและแปรพระราชฐานมาประทับแรม ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จมาตรวจเยี่ยมโครงการตามพระราชดำริในพื้นที่เขาค้อ

8. พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ในจังหวัดสกลนคร เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2518 บริเวณเทือกเขาภูพาน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงใช้แผนที่ทางอากาศและเสด็จฯ สำรวจเส้นทางป่าเขา น้ำตก เพื่อกำหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างพระตำหนักด้วยพระองค์เอง ภายหลังทรงใช้เป็นที่ประทับในช่วงแปรพระราชฐานมาประทับเพื่อทรงติดตามโครงการพระราชดำริในภาคอีสาน

9. พระตำหนักหนองประจักษ์
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ในจังหวัดสกลนคร เป็นพระตำหนักที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2518 บริเวณเทือกเขาภูพาน โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงใช้แผนที่ทางอากาศและเสด็จฯ สำรวจเส้นทางป่าเขา น้ำตก เพื่อกำหนดเขตพื้นที่ก่อสร้างพระตำหนักด้วยพระองค์เอง ภายหลังทรงใช้เป็นที่ประทับในช่วงแปรพระราชฐานมาประทับเพื่อทรงติดตามโครงการพระราชดำริในภาคอีสาน

10. เรือนรับรองที่ประทับแหลมหางนาค
เป็นเรือนรับรองที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมทั้งใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะ

11. พระตำหนักเขาน้อย
พระตำหนักตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2454 เพื่อเป็นที่ประทับของพลเอกสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์และเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสเมืองสงขลา ในปี พ.ศ. 2458 นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เมื่อคราวเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรชาวใต้เมื่อเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. 2502

12. พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช โปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2516ทั้งยังทรงมีพระราชดำริให้สถาปนิกผู้ออกแบบให้ตัวอาคารมีรูปทรงกลมกลืนกับบ้านเรือนท้องถิ่นผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ภายในมีศูนย์ศิลปาชีพพระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

13. บ้านไร่ ของในหลวง
บ้านหลังนี้มิใช่ที่ประทับแบบถาวร แต่เกิดจากโครงการในพระราชดำริ “โครงการชั่งหัวมัน” ซึ่งเมื่อหลายคนเห็นชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน”ก็คงจะเกิดความสงสัยไปตามๆกันว่าโครงการนี้เกี่ยวกับอะไร แล้วทำไมพระองค์ถึงพระราชทานชื่อโครงการว่า “โครงการชั่งหัวมัน”









