ผู้มีรายได้น้อยเฮ! กรมธนารักษ์เดินหน้า “บ้านคนไทย” ราคาหลักแสน ผ่อน 2000 บาท!!!

จากราคาที่ดินที่แพงขึ้นอย่างต่อเนื่องเหมือนซ้ำเติมให้ผู้มีรายได้น้อยไม่มีโอกาสมีบ้านเป็นของตัวเอง กรมธนารักษ์ถือเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ดำเนินโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มีรายได้น้อยได้เข้าถึงบ้านในราคาที่ไม่สูงมากนัก แม้จะได้รับอนุมัติโครงการจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาตั้งแต่ต้นปี 2559 แต่หลายโครงการกลับหยุดชะงักจากปัญหาที่คนในพื้นที่คัดค้าน ล่าสุด กรมธนารักษ์เตรียมเดินหน้าใหม่อีกครั้งโดยเตรียมเสนอโครงการ “บ้านคนไทย” ที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบในราคาไม่เกิน 3.5-4.5 แสนบาท/ยูนิต และมีภาระผ่อนชำระไม่เกิน 2,000 บาท/เดือน พร้อมเดินหน้าในปี 2561

กำเนิดโครงการบ้านคนไทย

โครงการบ้านคนไทย ถ้าพูดกันตรงๆ แล้วก็คือโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐเดิมที่เปลี่ยนชื่อมาโดยมีวัตถุประสงค์เดียวกันเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย และประชาชนที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองทั้งในเขตเมืองและต่างจังหวัด

ตั้งเป้า 2,600 ยูนิต ผ่อนขั้นต่ำ 2,000 บาท

ในเบื้องต้นได้กำหนดรายละเอียดราคาเฉพาะสิ่งปลูกสร้างอยู่ที่ 3.5-4.5 แสนบาท/ยูนิต โดยมีทั้งห้องชุด บ้านแฝด บ้านแถว อาคารสูง หากเป็นห้องชุดจะมีขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 28 ตารางเมตร เปิดโครงการนำร่องในพื้นที่ 7-8 จังหวัด อาทิ เชียงใหม่ ชลบุรี กรุงเทพฯ ตั้งเป้ากว่า 2,600 ยูนิต ผ่อนชำระต่อเดือนขั้นต่ำ 2,000 บาท โดยให้ยื่นขอสินเชื่อแบบเงื่อนไขผ่อนปรนผ่านธนาคารออมสินและ ธอส.


ยกตัวอย่างแพ็คเกจสินเชื่อของ ธอส. ได้แก่ สินเชื่อโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ โดยเป็นสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยบนที่ดินราชพัสดุ วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท/หน่วย และซ่อมแซม/ต่อเติมที่อยู่อาศัยของตนเองบนที่ดินราชพัสดุ วงเงินไม่เกิน 5 แสนบาท/หน่วย ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 30 ปี โดยอายุของผู้กู้รวมกับจำนวนปีที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี อัตราดอกเบี้ยปีแรก 0% ปี ที่ 2-3 อยู่ที่ 2.00% ต่อปี ปีที่ 4-6 อยู่ที่ 5.00% ต่อปี และปีที่ 7 จนถึงตลอดอายุสัญญา ลูกค้าบุคคลทั่วไป MRR-0.75% ส่วนลูกค้าสวัสดิการ ธอส. MRR-1.00% ผู้สนใจสามารถยื่นคำขอกู้และทำนิติกรรมภายใน 18 เมษายน 2564

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังได้เตรียมหามาตรการจูงใจดึงดูดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุน เพราะเป็นบ้านราคาถูกได้ผลกำไรน้อย ไม่เกิน 15-20% โดยจะเป็นการใช้ที่ดินพัฒนาที่อยู่อาศัยอายุ 30 ปี และต่อสัญญาเมื่อครบกำหนด ซึ่งยังต้องปรับปรุงเงื่อนไขโครงการร่วมกับกระทรวงการคลังเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม คาดว่ากรมธนารักษ์จะยื่นเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ในเดือนมกราคม 2561 พร้อมกับการเคหะแห่งชาติ เพื่อรวมเป็นแพ็คเกจเดียวกันในการพัฒนาที่อยู่อาศัย