
กรณีจากเพจเฟสบุ๊ค “ชมรมstrong-จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเมนูอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง พร้อมระบุข้อความว่า “31/พ.ค./61 ขนมจีนกับน้ำปลา คือ อาหารกลางวันเด็ก ของโรงเรียนบ้านท่าใหม่ หมู่ที่17 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี (เด็กโตน้ำแกงหมูสับ)”

จากสอบถามไปยังสำนักงานพื้นที่การศึกษาเขตที่ 2 ถึงกรณีที่เกิดขึ้นตามคลิปดังกล่าว นายจักรรินทร์ อภิสมัย รอง.ผอ.ฝ่ายบริหารงานบุคคล รักษาการผู้อำนวยการ เปิดเผยว่า ยังไม่เห็นคลิปแต่ทราบเรื่องข้อพิพาทแล้วและตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว เนื่องจากวันที่ 30 พ.ค. ได้มีผู้ปกครองและนักเรียนจำนวนหนึ่งรวมตัวประท้วงการปฏิบัติงานโดยมิชอบของนายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผอ.โรงเรียนบ้านท่าใหม่ ในวันเดียวกันนั้นได้ส่งปลัดอำเภอและเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่ 2 เข้ารับเรื่องจากชาวบ้าน และได้ลงพื้นทีตรวจสอบ ซึ่งชาวบ้านได้ยื่นข้อร้องเรียนในการปฏิบัติหน้าจำนวน 10 ข้อ แนบรายชื่อผู้ปกครองจำนวน 193 ราย ซึ่งข้อร้องเรียนทั้ง 10 ข้อ

ระบุว่า 1.ทุจริตโครงการอาหารกลางวัน 2.ทุจริตการก่อสร้างอาคารที่ผู้รับเหมาเป็นคนใกล้ตัวและอาคารที่สร้างไม่ได้มาตรฐานตามงบประมาณ 3.ทุจริตซ่อมแซมบ้านพักครู 4.ผอ.ซื้อน้ำอัดลมขายในโรงเรียน 5.ทุจริตการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าเนื่องจากไม่ทำตามแบบพัสดุ 6.ทุจริตเงินค่าปาล์มน้ำมันของโรงเรียน 7.ทุจริตก่อสร้างถนนหน้าอาคารเรียน 8.ทุจริตโครงการเลี้ยงปลาดุก 9.ทุจริตเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ 10.ปูกระเบื้องอาคารเรียน
ทั้งนี้ ได้ออกหนังสือคำสั่งให้ นายสมเชาว์ สิทธิเชนทร์ ผอ.โรงเรียน ออกจากพื้นที่ และให้เข้าช่วยราชการประจำสำนักงานเขตฯ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.61 โดยหลังจากนี้ทางสำนักงานพื้นที่การศึกษาสุราษฎร์ธานีเขตที่ 2 จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียนทั้ง 10 ข้อ ภายใน 30 วัน ตามระเบียบเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย

วันที่ 5 มิ.ย. นายพล ศรัทโธ ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี เผยความคืบหน้า หลังนำคณะกรรมการเข้าตรวจสอบและตรวจยึดเอกสารรายงานจัดซื้อวัสดุเครื่องบริโภคบริโภค ของโรงเรียนบ้านท่าใหม่ ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี พบว่าการจัดซื้อวัสดุไม่มีใบเสร็จ หรือหลักฐานเกี่ยวกับตัวสินค้า ซึ่งถือผิดระเบียบพัสดุของทางราชการ ที่สำคัญเอกสารที่ตรวจยึดมาตั้งแต่ปี 2557-2561 เป็นการลงรายการบัญชีที่ซ้ำๆ ไม่มีความแตกต่าง และบางรายการมีความเป็นไปได้น้อยเช่นการซื้อก๊าซหุงต้มทุกอาทิตย์

จากการสอบถามครูผู้ทำหน้าที่ตรวจรับพัสดุ 2 คนพบว่าตั้งแต่ปี 2557 ยอมรับว่า เอกสารที่จัดทำขึ้นเพียงเพื่อตกแต่งบัญชี และไม่เคยมีการตรวจรับพัสดุตามระเบียบราชการ นอกจากนี้จากการตรวจสอบเอกสาร ยังพบพิรุธอย่างน้อย 3 ข้อคือ 1.เอกสารเป็นเท็จ 2.ไม่มีการตรวจรับพัสดุ และ 3.ไม่มีเอกสารตัวตนแสดงตัวตนว่าเป็นผู้ขาย จึงสรุปได้ว่าน่าจะเป็นไปตามข้อร้องเรียนว่ามีการทุจริต ซึ่งหลังจากนี้ จะสรุปสำนวนเสนอคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ป.ป.ช.ภาค 8 เพื่อขออนุมัติในการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยคาดว่าภายในวันที่ 25 มิ.ย.นี้จะสามารถเข้าที่ประชุมได้








