สงสัย!! ติดเชื้อแอนแทรกซ์ หลังกินเนื้อแพะทั้งหมู่บ้าน พบเสี่ยงทั้งตำบล เผยรอผลตรวจหาเชื้อ!!


เมื่อวันที่ 27 พ.ย. นายสัตวแพทย์ (น.สพ.) ธีรศักดิ์ ชักนำ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าจากกรณีที่มีข่าวพบผู้ป่วยติดเชื้อแอนแทรกซ์ (Anthrax) 3 ราย ที่ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก หลังชำแหละและรับประทานเนื้อแพะที่มีการลักลอบนำเข้าจากประเทศเมียนมา ว่า จากการสอบสวนโรคพบว่าผู้ป่วยแล้วตัดออกไป 1 ราย ไม่ได้ป่วยติดเชื้อแอนแทรกซ์ แต่มี 2 ราย ซึ่งลักษณะของแผลเป็นตุ่ม นูนแดง ข้างในเป็นสีดำ จับแล้วไม่เจ็บ ซึ่งเข้าได้กับอาการของ2 โรค คือ 1. เป็นโรคแอนแทรกซ์ หรือ 2. เป็นโรคสครับไทฟัส ขณะนี้นำตัวผู้ป่วย 2 รายเข้าห้องแยกโรค และอยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการซึ่งจะออกเย็นนี้


นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคแอนแทรกซ์เป็นโรคติดต่อที่เกิดในสัตว์กินหญ้าแทบทุกชนิดทั้งสัตว์ป่า และสัตว์เลี้ยง เช่น โค แพะ แกะ เป็นต้น โดยสัตว์จะติดเชื้อจากการกินหญ้าที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียบาซิลลัส แอนทราซิส (Bacillus anthracis) ให้สัตว์ป่วยและตายอย่างรวดเร็ว และสามารถติดจากสัตว์สู่คนได้ 1. ผ่านทางลมหายใจ 2. ผิวหนังที่มีบาดแผล และ 3.การกินเนื้อสัตว์ที่มีเชื้อโรค


อาการและอาการแสดง ในคนกรณีแอนแทรกซ์ที่ระบบทางเดินอาหาร (intestinal anthrax) ผู้ป่วยที่กินเนื้อหรือเครื่องในสัตว์ที่ป่วยตายด้วยโรคนี้ แล้วไม่ปรุงให้สุกเพียงพอ ภายใน 12-24 ชั่วโมง จะรู้สึกมีไข้ ไม่สบายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน คล้ายกับอาการของอาหารเป็นพิษ ถ้าไม่ได้รับการรักษาโดยเร็ว จะทำให้เกิดการอักเสบเป็นแผลที่ต่อมน้ำเหลืองของขั้วไส้และลำไส้ส่วนต่างๆ มีน้ำในช่องท้อง และปวดท้องอย่างรุนแรง บางครั้งผู้ให้การรักษาอาจเข้าใจผิดคิดว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบก็ได้ ดังนั้นแพทย์ผู้ทำการรักษาควรเน้นการซักประวัติการรับประทานอาหารจากผู้ป่วย เมื่อพบผู้ป่วยที่มีลักษณะดังกล่าว ในรายที่มีอาการอุจจาระร่วงมักจะพบว่ามีเลือดปนออกมาด้วย ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับการรักษา เชื้อจะเข้าในกระแสเลือด เกิดอาการโลหิตเป็นพิษ ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ ในกรณีนี้จะมีอัตราการป่วยตายถึงร้อยละ 50-60 ลุ้นตรวจเชื้อ